อิวาน พาฟลอฟ

อิวาน พาฟลอฟ

 

อิวาน พาฟลอฟ (Ivan Pavlov: 1849-1936) เป็นนักจิตวิทยาในยุคแรกๆ ที่ทำการทดลองทางจิตวิทยาเพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิต การทดลองที่โด่งดังของพาฟลอฟเกิดขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดยในช่วงแรก พาฟลอฟศึกษาน้ำลายของสุนัขเมื่อได้รับอาหาร แต่เขาสังเกตว่าสุนัขเริ่มน้ำลายไหลเมื่อเขาก้าวเข้าไปในห้อง ในปี ค.ศ. 1902 พาฟลอฟจึงทำการทดลองเพื่อพิสูจน์ว่าสุนัขน้ำลายไหลได้เองโดยไม่ต้องถูกสอน นั่นคือ เมื่อพาฟลอฟนำอาหาร (สิ่งเร้าที่ไม่ต้องวางเงื่อนไข หรือ Unconditioned Stimulus หรือ UCS) มาวางข้างหน้า สุนัขน้ำลายไหลได้เอง (การตอบสนองที่ไม่ต้องวางเงื่อนไข หรือ Unconditioned Response หรือ UCR) ขณะทดลองนี้เอง พาฟลอฟสังเกตว่าสุนัขสามารถเชื่อมโยงวัตถุหรือเหตุการณ์ที่เกิดก่อนได้รับอาหาร (สิ่งเร้าที่ไม่มีความหมาย หรือ Neutral Stimulus) เข้ากับอาหาร (UCS) ทำให้สุนัขตอบสนองต่อ “เหตุการณ์ก่อนอาหาร” เสมือนได้รับอาหาร จากนั้นเป็นต้นมา พาฟลอฟจึงใช้เวลาทั้งชีวิตในการศึกษารูปแบบการเรียนรู้ดังกล่าว โดยใช้เสียงกระดิ่งเป็นสิ่งเร้าที่ไม่มีความหมาย 
 
ในการทดลองพาฟลอฟสั่นกระดิ่งทุกครั้งที่ให้อาหารจนสุนัขเกิดการเรียนรู้ ต่อมาเสียงกระดิ่งเพียงอย่างเดียว (สิ่งเร้าที่ถูกวางเงื่อนไข หรือ Conditioned Stimulus หรือ CS) ก็ทำให้สุนัขน้ำลายไหลได้ ดังนั้นพาฟลอฟจึงสรุปว่า สุนัขเรียนรู้ที่จะเชื่อมโยงเสียงกระดิ่งเข้ากับอาหาร จนกลายเป็น กฎแห่งการติดกันชั่วขณะ (Law of Temporal Contiguity) ดังที่พาฟลอฟอธิบายว่า เมื่อสิ่งเร้า 2 ตัวเกิดในเวลาใกล้เคียงกัน สิ่งมีชีวิตจะเรียนรู้ที่จะเชื่อมโยงสิ่งเร้าทั้งสองเข้าด้วยกัน แต่หากเวลาเกิดของสิ่งเร้า 2 ตัวห่างกันมากเกินไป ความเชื่อมโยงนั้นจะไม่เกิดขึ้น ต่อมาทฤษฎีการวางเงื่อนไขดังกล่าวถูกเรียกว่า ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิค (Classical Conditioning) เพราะเป็นทฤษฎีเกี่ยวกับการเรียนรู้ที่มีรูปแบบการวางเงื่อนไขทฤษฎีแรกที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ (McLeod, 2013)
 
พาฟลอฟเป็นบุคคลสำคัญที่ริเริ่มแนวคิดพฤติกรรมนิยมและทฤษฎีการเรียนรู้ที่แพร่หลายในปัจจุบัน แนวคิดพฤติกรรมนิยม (Behaviorism) หมายถึง วิธีการทางจิตวิทยาที่ศึกษาพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิตอย่างเป็นระบบ เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมทั้งหลายที่สิ่งมีชีวิตแสดงออกมา (McLeod, 2017) แนวคิดนี้เชื่อว่า สิ่งมีชีวิตแสดงพฤติกรรมใดพฤติกรรมหนึ่งเพราะได้รับแรงกระตุ้นจากภายนอก ไม่ได้เกิดจากปัจจัยด้านพันธุกรรม (Phillips & Soltis, 2009) นักทฤษฎีพฤติกรรมนิยมชื่อดังมีหลายคน แต่คนสำคัญที่เริ่มใช้คำนี้ คือ จอห์น บี วัตสัน
 
(ครั้งต่อไป เราจะคุยกันเรื่อง จอห์น บี วัตสัน)
*เนื้อหาจากหนังสือเรื่อง การจัดการพฤติกรรมสำหรับครูการศึกษาพิเศษ