การเสริมแรง

การเสริมแรง

 บทความที่ 4

 
คราวที่แล้ว เรานำทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิคของพาฟลอฟ วัตสัน ฯลฯ มาใช้ในการสอนให้เด็กแสดงพฤติกรรมที่ดีโดยไม่ต้องมีผู้ใหญ่คอยเตือนหรือคอยให้รางวัล/ชมเชย .. นั่นคือ เมื่อเด็กแสดงพฤติกรรมที่ดี แล้วผู้ใหญ่ให้รางวัล/ชมเชยทันทีและสม่ำเสมอ เด็กจะเชื่อมโยงพฤติกรรมที่ดีเข้ากับรางวัล/คำชมนั้น จากนั้น ผู้ใหญ่จึงค่อย ๆ ลดรางวัล/คำชม จนในที่สุด เด็กจะแสดงพฤติกรรมนั้นได้ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้อยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ ... จึงเห็นได้ว่า ทฤษฎีดังกล่าวถูกนำมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้นักเรียนทำดีได้เอง โดยไม่หวังรางวัล/สิ่งตอบแทน
 
ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิคยังถูกนำมาใช้อีกหลายรูปแบบ เช่น ทำให้เด็กที่ไม่เคยเข้าใจความหมายของคำชม มองเห็นคุณค่าของคำชมขึ้นมาได้
 
เมื่อเด็กแสดงพฤติกรรมที่ดีแล้วผู้ใหญ่ชมเชย เด็กทั่วไปอาจรู้สึกภูมิใจเมื่อได้รับตัวเสริมแรงทางสังคม* จากผู้ใหญ่ ... แต่บุคคลที่มีปัญหาด้านความเข้าใจภาษา/การรับรู้ภาษา (Receptive Language) มักไม่เข้าใจความหมายและคุณค่าของคำว่า "ดีมาก" "เก่ง" หรือ "น่ารัก" ... ดังนั้น ในช่วงแรก ผู้ใหญ่จึงต้องกล่าวชม ทำสีหน้าชื่นชม ทำท่าทางชมเชย พร้อมกับให้รางวัลที่เด็กชอบ เพื่อให้เด็กเชื่อมโยงของรางวัลนั้นเข้ากับตัวเสริมแรงทางสังคมจากผู้ใหญ่
 
ตัวอย่าง
 
เมื่อครูนกสอนให้เด็กใส่เสื้อยืดคอกลมด้วยตัวเอง แล้วเด็กทำตามที่ครูสอนได้ ครูนกกล่าวชมว่า "เก่งมาก" แต่ครูสังเกตเห็นว่า เด็กไม่แสดงท่าทางว่าภูมิใจหรือเห็นคุณค่าของคำชมนั้น 
 
ครูนกอยากให้เด็กเห็นคุณค่าของคำชมจากครู ดังนั้น ในครั้งต่อมา เมื่อเด็กทำได้ ครูนกให้ "น้ำส้ม" (แก้วเล็ก ๆ) ที่เด็กชอบ พร้อมกล่าวชมว่า "เก่งมาก" .. หลังจากที่ครูให้น้ำส้มพร้อมคำชมอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลา 1-2 เดือน ครูนกค่อย ๆ ลดน้ำส้ม (คือ ให้บ้าง ไม่ให้บ้าง) และท้ายที่สุด ครูนกชมเชยโดยไม่ให้น้ำส้มเลย เด็กก็รู้สึกดีกับคำชมจากครู 
 
จึงเห็นได้ว่า ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิคสามารถทำให้เด็กที่ไม่เข้าใจคำชม (ความเข้าใจภาษา/การรับรู้ภาษาต่ำ) มองเห็นคุณค่าของคำชมขึ้นมาได้ และนักการศึกษาพิเศษทั่วโลกก็นำทฤษฎีนี้มาประยุกต์ใช้ในการสอนภาษาให้แก่เด็กที่ไม่เข้าใจภาษา ซึ่งผู้เขียนจะพูดถึงการสอนภาษาในครั้งต่อไป
 
* ตัวเสริมแรงทางสังคม หมายถึง คำพูด ท่าทาง สีหน้า หรือแววตา ที่แสดงให้เด็กรู้ว่าเราชื่นชมที่เขาแสดงพฤติกรรมนั้น เช่น คำพูดชมเชย สีหน้าชื่นชม การยกนิ้วโป้งเพื่อบอกว่า "เยี่ยม"